ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อสงสัยการใช้เกียร์ Mu-x กับทริปแรกที่ไต่เขาค้อ  (อ่าน 11186 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ NU1285

  • MU-X Staff Team
  • พลัง X ระดับ 6
  • *
  • กระทู้: 945
  • ลำดับสมาชิก: 212
  • คะแนน Like 16
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: สุพรรณบุรี
  • ชื่อเล่น: NU
 emo21
หลังจากตอบกระทู้นี้ ผมก็ได้มีโอกาสไปเขาค้อมาครับ
ทางขึ้นเขาค้อ ขับง่าย โค้งไม่คดเคี้ยวมากและไม่ชันเท่นไร
ผมไปวันที่ 1 รถค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่จะใช้เกียร์ 2-3 รอบเครื่องประมาณ 2,000+-
การเดินทางในทางราบ ถนนบางเส้นทางก็เป็นแบบเลนเดียว ต้องแซงในเลนรถสวน ก็ใช้เกียร์โหมด +- บ่อยๆ เพราะต้องการกำลังเครื่องสูงๆ ในการเร่งแซงให้ฉับไวครับ
monmax ยังแรงไม่พอเหรอครับท่านหัวหน้า
มาด้วยกัน ไปด้วยกัน เลือดสุพรรณ Y N W A

ออฟไลน์ koki (No.415)

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • กระทู้: 101
  • ลำดับสมาชิก: 2518
  • คะแนน Like 2
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: เขตบางพลัด กทม. หรือ อ.เมืองนครปฐม
  • ชื่อเล่น: กิคร๊าบ
ไปมาเหมือนกันครับเขาค้อวันที่ 31 ธ.ค. กลับเช้าวันที่ 1 ม.ค.58 รถติดสุดๆ ทั้งตอนขึ้นและตอนลง ส่วนเรื่องเกียร์เลือกปรับตามต้องการของผู้ขับขี่เลยครับส่วนผมก็สลับไปมา D กับ +- เครื่อง 2.5 นั่งเต็มพิกัดผู้ใหญ่ 8 คน + สัมภาระบนหลังคา อยากจะบอกว่าเหลือๆ เพียงพอกับความต้องการของผมแล้วครับ (ปล.รูปสุดท้ายไปมาก่อนหน้าครับ ออกใหม่ๆ ป้ายยังแดงอยู่เลย)









« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05ม.ค.2015, 07:13:46 โดย koki (No.415) »
รับจ้างพากิน พาเที่ยว ราคามิตรภาพ โดยน้อง Mu X ของผมครับ อยู่บางพลัด กทม. (ุนั่งได้ 6 คน) โทร 081 007 2773 โกกิครับ


ออฟไลน์ ninjazaa

  • MU-X Staff Team
  • พลัง X ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 1973
  • ลำดับสมาชิก: 157
  • คะแนน Like 51
  • ชื่อเล่น: BEN ( No.001 )
emo21
หลังจากตอบกระทู้นี้ ผมก็ได้มีโอกาสไปเขาค้อมาครับ
ทางขึ้นเขาค้อ ขับง่าย โค้งไม่คดเคี้ยวมากและไม่ชันเท่นไร
ผมไปวันที่ 1 รถค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่จะใช้เกียร์ 2-3 รอบเครื่องประมาณ 2,000+-
การเดินทางในทางราบ ถนนบางเส้นทางก็เป็นแบบเลนเดียว ต้องแซงในเลนรถสวน ก็ใช้เกียร์โหมด +- บ่อยๆ เพราะต้องการกำลังเครื่องสูงๆ ในการเร่งแซงให้ฉับไวครับ
monmax ยังแรงไม่พอเหรอครับท่านหัวหน้า

สงสัย ต้องไปจูนเพิ่มอีกหน่อยครับนุ
" อย่าขอให้คนอื่นเสียสละ

 ถ้าตัวเรายังไม่รู้จักเสียสละ "

ออฟไลน์ Songzaa

  • พลัง X ระดับ 5
  • *****
  • กระทู้: 429
  • ลำดับสมาชิก: 1320
  • คะแนน Like 7
  • จังหวัด: สมุทรปราการ
emo21
หลังจากตอบกระทู้นี้ ผมก็ได้มีโอกาสไปเขาค้อมาครับ
ทางขึ้นเขาค้อ ขับง่าย โค้งไม่คดเคี้ยวมากและไม่ชันเท่นไร
ผมไปวันที่ 1 รถค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่จะใช้เกียร์ 2-3 รอบเครื่องประมาณ 2,000+-
การเดินทางในทางราบ ถนนบางเส้นทางก็เป็นแบบเลนเดียว ต้องแซงในเลนรถสวน ก็ใช้เกียร์โหมด +- บ่อยๆ เพราะต้องการกำลังเครื่องสูงๆ ในการเร่งแซงให้ฉับไวครับ
monmax ยังแรงไม่พอเหรอครับท่านหัวหน้า

สงสัย ต้องไปจูนเพิ่มอีกหน่อยครับนุ
จูนไม่พอมั้งพี่..สงสัยพี่เบญต้องใส่เพิ่มอีกกล่องแล้วล่ะ..55


ออฟไลน์ Num Phaneajohn

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • กระทู้: 228
  • ลำดับสมาชิก: 2450
  • คะแนน Like 10
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: หนุ่ม
รถที่เราใช้ๆ กัน ในปัจจุบันแรงมันเหลือเฟือครับ คำว่าเกียร์โหมด D ธรรมดาเอาอยู่ก็ไม่ผิด เพราะแรงมันเหลือๆ แต่ถ้าเราเลือกใช้แบบไหน แล้วรถสึกหรอน้อยกว่า ช้ำน้อยกว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

จากที่เอา Mu ไปปีนเขามาหลังสุดที่ ดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม - แม่สะเรียง - แม่ลาน้อย ผมใช้โหมด +/- ทั้งขึ้นและลงเขา โหมดนี้ช่วยได้มาก ทำให้ขับง่ายขึ้น
- เวลาขึ้นเขา .... จาก Spec รถบอกว่าเครื่องยนต์จะให้แรงบิดสูงสุดที่รอบ 1800-2800 ผมตีความเองว่า ถ้าเครื่องทำงานที่ 1800 รอบ หรือ 2800 รอบจะได้แรงบิดเท่ากัน และถ้าวิ่งที่เกียร์เดียวกัน จะต่างกันที่ความเร็ว ดังนั้น เวลาขึ้นเขา ผมก็จะพยายามเลี้ยงรอบเครื่องยนต์อยู่ในช่วง 1500-2000 รอบต่อนาที และใช้เกียร์ช่วยรักษารอบเครื่อง รถก็จะมีแรง เกียร์ 3-4 ก็ขึ้นดอยอินทนนท์ได้สบายๆ และไม่มีกลิ่นไหม้
- เวลาลงเขา .... โหมด +/- ก็จะมี Engine Break ให้มากหรือน้อยตามเกียร์ที่เราเลือกใช้ จะช่วยลดการเหยียบเบรคได้มาก แต่ต้องคอยระวังไม่ให้รอบเครื่องยนต์สูงเกินไป จากที่ผ่านมาผมปล่อยคันเร่งเลย พยายามใช้เกียร์เลี้ยงความเร็วและรอบเครื่องยนต์ปกติไม่เกิน 2500 รอบต่อนาทีและจะไม่ให้เกิน 3000 รอบต่อนาที ถ้ารอบจะวิ่งขึ้นเกิน 3000 รอบต่อนาที ก็จะเหยียบเบรคช่วยครับ แต่ก็เหยียบเบรคจะเป็นลักษณะกดปล่อย กดปล่อย ไม่ลากเบรคแช่ยาวๆ ครับ จากทริปนี้เกียร์ 3-4 ก็จะรักษารอบเครื่องยนต์ได้ตามต้องการ ยกเว้นช่วง ดอยอินทนนท์ (ด่าน 2) ลงแม่แจ่ม มีหลายๆ ช่วงต้องลงถึงเกียร์ 2 ครับ

ส่วนการใช้ โหมด D ลงเขา ไม่แนะนำครับ เพราะจะมี Engine ฺBreak น้อย แต่เจ้า Mu ของเรามีน้ำหนักตัวมาก ถ้าทางชันๆ จะเอาไม่ค่อยอยู่ ระวังหลุดโค้งง่ายๆ เลย

เราซื้อเทคโนโลยีมาแล้วก็ใช้ให้คุ้มค่าครับ และขอให้สนุกกับการเดินทาง และเดินทางด้วยความปลอดภัยครับ

ต้องขอขอบคุณคุณ  jiggo  อย่างมากที่เข้ามาตอบข้อข้องใจ  ให้ความกระจ่างกับคนอ่อนหัดเช่นผมได้ดีมาก สำหรับทริปต่อไปคงจะใช้เกียร์  Mu-x ได้ดีกว่าทริปก่อนเป็นแน่ "ขอบคุณครับ"

ตามที่พี่แนะนำเป็นวิธีที่ถูกต้องเลยครับ ขึ้นเขาลงเขา ใช้ระบบเกียร์ โหมด+- ดีที่สุด หรือแม้กระทั้งใช้ในเวลาออกตัวตอนแรกๆ บางครั้งผมก็จะใช้โหมดนี้จนถึงเกียร์4และกลับเข้าสู่ระบบออโต้ D และขับไปเรื่อยๆ หรืออย่างเวลาเราขับรถในตจว. เจอทางที่เป็นเลนส่วนทางเดียว เวลาจะแซงแล้วต้องการกำลังให้เข้าตบเข้าโหมด+- ลดเกียรืมาที่เกียร์4 รอบจะตือๆนิดแล้วออกตัว เปลี่ยนเป็นเกียร์ 5 จะได้แรงส่งเหมือนรถเกียร์แมนนวลเลยครับ พอแซงได้พ้นก็กลับโหมดออโต้เหมือนเดิมครับ

ใจจริงอยากให้ทางอีซูซุเปิดอบรมการใช้โหมดเกียร์สลับไปมาอย่างนี้ก็ดีครับ เพราะหลายท่านไม่รู้และไม่กล้าที่จะใช้สลับกันไปมา กลัวว่าเกียร์จะพังเร้วขึ้น
และไม่มีความเข้าใจว่าจะใช้สลับกันตอนไหนได้บ้าง

ออฟไลน์ asanee

  • พลัง X ระดับ 1
  • *
  • กระทู้: 14
  • ลำดับสมาชิก: 3034
  • คะแนน Like 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
พื้นที่ ทั่วไปบนเขาค้อ เป็นพื้นที่ราบบนภูเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล 800-1000 เมตร ซึ่งอาจใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์มากกว่า 1500 ซีซี ขึ้นไปก็เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวอย่างสบายๆ 

แต่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบางแห่งที่มีความสูงมากขึ้น โดยเฉพาะ 3 จุดหลัก คือ 1. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ 2.พระตำหนักเขาค้อ และ 3. ภูทับเบิก อาจต้องใช้กำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น และต้องการผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญพอสมควร จึงควรศึกษาหลักการคร่าวๆ สำหรับการขับรถขึ้น-ลง พื้นที่ลาดชัน เพื่อป้องกันความผิดพลาด และเพื่อเป็นการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถท่านเอง
  หลักการขับรถขึ้นเขาคร่าวๆ   
* ควรใช้เกียร์ ต่ำ ปรับเปลี่ยนเกียร์เมื่อรถเสียกำลังอย่าลากเกียร์จนหมดแรงส่ง ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เกียร์  +2ในการขับขึ้นเขาลงเขา และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D บ้าง เมื่อรถอยู่ในทางราบ การขับให้ใช้เกียร์ช่วยตลอดทางเกียร์อัตโนมัติไม่พังง่ายๆ

  * เมื่อขับลงเขาที่ลาดชันมากและยาวไกล ก่อนเข้าโค้งให้เปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่ง D มา +  -   แต่อย่าเปลี่ยนเกียร์ขณะฝนตกทางลื่นรถจะเสียการทรงตัว การใช้เกียร์แต่ละเกียร์ควรดูสภาพทางเป็นหลักในการพิจารณา ส่วนเกียร์ธรรมดาการทำงานจะง่ายกว่า มีเกียร์ให้เล่น 5 ตำแหน่ง และมีคลัทช์ช่วยในการส่งกำลังไปยังล้อตามที่เราต้องการได้ทุกขณะ แต่เกียร์อัตโนมัติบางรุ่นจะทำงานไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นควรประเมินสภาพทางก่อนใช้เกียร์ดีที่สุด

* การขับเข้าโค้งธรรมดาหรือบนภูเขา ควรมองให้ไกลให้ลึกและให้คนนั่งข้างช่วยดูสภาพทางด้วย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมาให้ใช้วิธีตัดโค้งวิธีนี้จะช่วยให้รถทรงตัวดี, เข้าโค้งได้เร็ว, รถไม่ใช้กำลังมาก ลูกปืนล้อมไม่ทำงานหนัก, ยางก็ไม่ล้มตัวมาก หน้ายางจะสัมผัสผิวถนนได้มากตามไปด้วย แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมา สมมุติจะเข้าโค้งขวาก่อนเข้าโค้งให้ถอนคันเร่งลง หัดพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดหนึ่ง แล้วหักพวงมาลัยมาทางขวาเพื่อทำโค้งให้กว้างขึ้น ใช้พื้นที่ถนนทุกตารางนิ้ว ถ้ารถจะเลี้ยวซ้ายก็ให้เลี้ยวทางขวานิดหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้าย การฝึกใหม่จะรู้สึกฝืนความรู้สึกบ้าง ถ้าขับชำนาญแล้วก็จะชินไปเอง
 emo42 emo42 emo42 emo42 emo42 emo42


ออฟไลน์ chaba081

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 177
  • ลำดับสมาชิก: 650
  • คะแนน Like 8
  • จังหวัด: Ayutthaya
รถที่เราใช้ๆ กัน ในปัจจุบันแรงมันเหลือเฟือครับ คำว่าเกียร์โหมด D ธรรมดาเอาอยู่ก็ไม่ผิด เพราะแรงมันเหลือๆ แต่ถ้าเราเลือกใช้แบบไหน แล้วรถสึกหรอน้อยกว่า ช้ำน้อยกว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

จากที่เอา Mu ไปปีนเขามาหลังสุดที่ ดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม - แม่สะเรียง - แม่ลาน้อย ผมใช้โหมด +/- ทั้งขึ้นและลงเขา โหมดนี้ช่วยได้มาก ทำให้ขับง่ายขึ้น
- เวลาขึ้นเขา .... จาก Spec รถบอกว่าเครื่องยนต์จะให้แรงบิดสูงสุดที่รอบ 1800-2800 ผมตีความเองว่า ถ้าเครื่องทำงานที่ 1800 รอบ หรือ 2800 รอบจะได้แรงบิดเท่ากัน และถ้าวิ่งที่เกียร์เดียวกัน จะต่างกันที่ความเร็ว ดังนั้น เวลาขึ้นเขา ผมก็จะพยายามเลี้ยงรอบเครื่องยนต์อยู่ในช่วง 1500-2000 รอบต่อนาที และใช้เกียร์ช่วยรักษารอบเครื่อง รถก็จะมีแรง เกียร์ 3-4 ก็ขึ้นดอยอินทนนท์ได้สบายๆ และไม่มีกลิ่นไหม้
- เวลาลงเขา .... โหมด +/- ก็จะมี Engine Break ให้มากหรือน้อยตามเกียร์ที่เราเลือกใช้ จะช่วยลดการเหยียบเบรคได้มาก แต่ต้องคอยระวังไม่ให้รอบเครื่องยนต์สูงเกินไป จากที่ผ่านมาผมปล่อยคันเร่งเลย พยายามใช้เกียร์เลี้ยงความเร็วและรอบเครื่องยนต์ปกติไม่เกิน 2500 รอบต่อนาทีและจะไม่ให้เกิน 3000 รอบต่อนาที ถ้ารอบจะวิ่งขึ้นเกิน 3000 รอบต่อนาที ก็จะเหยียบเบรคช่วยครับ แต่ก็เหยียบเบรคจะเป็นลักษณะกดปล่อย กดปล่อย ไม่ลากเบรคแช่ยาวๆ ครับ จากทริปนี้เกียร์ 3-4 ก็จะรักษารอบเครื่องยนต์ได้ตามต้องการ ยกเว้นช่วง ดอยอินทนนท์ (ด่าน 2) ลงแม่แจ่ม มีหลายๆ ช่วงต้องลงถึงเกียร์ 2 ครับ

ส่วนการใช้ โหมด D ลงเขา ไม่แนะนำครับ เพราะจะมี Engine ฺBreak น้อย แต่เจ้า Mu ของเรามีน้ำหนักตัวมาก ถ้าทางชันๆ จะเอาไม่ค่อยอยู่ ระวังหลุดโค้งง่ายๆ เลย

เราซื้อเทคโนโลยีมาแล้วก็ใช้ให้คุ้มค่าครับ และขอให้สนุกกับการเดินทาง และเดินทางด้วยความปลอดภัยครับ

ต้องขอขอบคุณคุณ  jiggo  อย่างมากที่เข้ามาตอบข้อข้องใจ  ให้ความกระจ่างกับคนอ่อนหัดเช่นผมได้ดีมาก สำหรับทริปต่อไปคงจะใช้เกียร์  Mu-x ได้ดีกว่าทริปก่อนเป็นแน่ "ขอบคุณครับ"

ตามที่พี่แนะนำเป็นวิธีที่ถูกต้องเลยครับ ขึ้นเขาลงเขา ใช้ระบบเกียร์ โหมด+- ดีที่สุด หรือแม้กระทั้งใช้ในเวลาออกตัวตอนแรกๆ บางครั้งผมก็จะใช้โหมดนี้จนถึงเกียร์4และกลับเข้าสู่ระบบออโต้ D และขับไปเรื่อยๆ หรืออย่างเวลาเราขับรถในตจว. เจอทางที่เป็นเลนส่วนทางเดียว เวลาจะแซงแล้วต้องการกำลังให้เข้าตบเข้าโหมด+- ลดเกียรืมาที่เกียร์4 รอบจะตือๆนิดแล้วออกตัว เปลี่ยนเป็นเกียร์ 5 จะได้แรงส่งเหมือนรถเกียร์แมนนวลเลยครับ พอแซงได้พ้นก็กลับโหมดออโต้เหมือนเดิมครับ

ใจจริงอยากให้ทางอีซูซุเปิดอบรมการใช้โหมดเกียร์สลับไปมาอย่างนี้ก็ดีครับ เพราะหลายท่านไม่รู้และไม่กล้าที่จะใช้สลับกันไปมา กลัวว่าเกียร์จะพังเร้วขึ้น
และไม่มีความเข้าใจว่าจะใช้สลับกันตอนไหนได้บ้าง
พื้นที่ ทั่วไปบนเขาค้อ เป็นพื้นที่ราบบนภูเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล 800-1000 เมตร ซึ่งอาจใช้รถยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์มากกว่า 1500 ซีซี ขึ้นไปก็เพียงพอสำหรับการท่องเที่ยวอย่างสบายๆ 

แต่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบางแห่งที่มีความสูงมากขึ้น โดยเฉพาะ 3 จุดหลัก คือ 1. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ 2.พระตำหนักเขาค้อ และ 3. ภูทับเบิก อาจต้องใช้กำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น และต้องการผู้ขับขี่ที่มีความชำนาญพอสมควร จึงควรศึกษาหลักการคร่าวๆ สำหรับการขับรถขึ้น-ลง พื้นที่ลาดชัน เพื่อป้องกันความผิดพลาด และเพื่อเป็นการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ของรถท่านเอง
  หลักการขับรถขึ้นเขาคร่าวๆ   
* ควรใช้เกียร์ ต่ำ ปรับเปลี่ยนเกียร์เมื่อรถเสียกำลังอย่าลากเกียร์จนหมดแรงส่ง ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ให้ใช้เกียร์  +2ในการขับขึ้นเขาลงเขา และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D บ้าง เมื่อรถอยู่ในทางราบ การขับให้ใช้เกียร์ช่วยตลอดทางเกียร์อัตโนมัติไม่พังง่ายๆ

  * เมื่อขับลงเขาที่ลาดชันมากและยาวไกล ก่อนเข้าโค้งให้เปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่ง D มา +  -   แต่อย่าเปลี่ยนเกียร์ขณะฝนตกทางลื่นรถจะเสียการทรงตัว การใช้เกียร์แต่ละเกียร์ควรดูสภาพทางเป็นหลักในการพิจารณา ส่วนเกียร์ธรรมดาการทำงานจะง่ายกว่า มีเกียร์ให้เล่น 5 ตำแหน่ง และมีคลัทช์ช่วยในการส่งกำลังไปยังล้อตามที่เราต้องการได้ทุกขณะ แต่เกียร์อัตโนมัติบางรุ่นจะทำงานไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นควรประเมินสภาพทางก่อนใช้เกียร์ดีที่สุด

* การขับเข้าโค้งธรรมดาหรือบนภูเขา ควรมองให้ไกลให้ลึกและให้คนนั่งข้างช่วยดูสภาพทางด้วย เมื่อแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมาให้ใช้วิธีตัดโค้งวิธีนี้จะช่วยให้รถทรงตัวดี, เข้าโค้งได้เร็ว, รถไม่ใช้กำลังมาก ลูกปืนล้อมไม่ทำงานหนัก, ยางก็ไม่ล้มตัวมาก หน้ายางจะสัมผัสผิวถนนได้มากตามไปด้วย แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมา สมมุติจะเข้าโค้งขวาก่อนเข้าโค้งให้ถอนคันเร่งลง หัดพวงมาลัยไปทางซ้ายนิดหนึ่ง แล้วหักพวงมาลัยมาทางขวาเพื่อทำโค้งให้กว้างขึ้น ใช้พื้นที่ถนนทุกตารางนิ้ว ถ้ารถจะเลี้ยวซ้ายก็ให้เลี้ยวทางขวานิดหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้าย การฝึกใหม่จะรู้สึกฝืนความรู้สึกบ้าง ถ้าขับชำนาญแล้วก็จะชินไปเอง
 emo42 emo42 emo42 emo42 emo42 emo42
ขอขอบคุณ คุณ Num Phaneajohn คุณ  asanee คุณ ninjazaa และทุกท่านที่เข้ามาชี้แนะสิ่งที่ถูกต้อง
 มากๆครับ สำหรับคำแนะนำ การใช้งานเกียร์ Mu-x ที่ถูกต้องในการขับขึ้น-ลงเขา เป็นประโยชน์มากครับ.

ออฟไลน์ Yai

  • พลัง X ระดับ 2
  • **
  • กระทู้: 25
  • ลำดับสมาชิก: 2848
  • คะแนน Like 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: ํYai
ยังไม่เคยใช้ +- เลยครับ ใช้ไม่เป็น เกียร์ manual ไม่มีคลัชไม่รู้สึกแปลกๆ


ออฟไลน์ Bigkubpom

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • กระทู้: 108
  • ลำดับสมาชิก: 2264
  • คะแนน Like 3
  • จังหวัด: Chainat
  • ชื่อเล่น: Big
เดือนที่แล้วไปมาครับออกจากชัยนาทตี2พยามขับถึงพิโน ลาเต้ ก่อนเช้า
ขับสนุกดีครับมืดดีแต่ไม่น่ากลัว
วิ่งจับตาแมว+เส้นถนน สวยดีครับประทับใจสุดๆถนนดีมาก
ขึ้นเกียร์Dสบายแต่มันมีทางลงเขาด้วยก็ใช้+-ลงเขา
พอขากลับ กลับกลางลองใช้Dลงเขาแบบไม่ใช่+-มันต้องยกคันเร่งแล้วแค่แตะเบรคนิสเดียวย้ำว่านิสเดียวนะครับเกียร์มันก็ลงให้เองไม่ต้อง+-ใช้Dพอได้ลงได้ครับแต่ไม่อุ่นใจเท่าใช้-+ลง
แสดงว่าเกียร์ก็ไม่โง่เท่าไหร่ครับ
ไม่มีกินไหม้เลยสักนิส
3000ขับ2ครับ

ออฟไลน์ korn8rew

  • MU-X Staff Team
  • พลัง X ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ลำดับสมาชิก: 742
  • คะแนน Like 19
  • เพศ: ชาย
  • สมช No. 005
  • จังหวัด: แปดริ้ว
  • ชื่อเล่น: กร
ID LINE : korn8rew