ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อสงสัยการใช้เกียร์ Mu-x กับทริปแรกที่ไต่เขาค้อ  (อ่าน 11185 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ chaba081

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 177
  • ลำดับสมาชิก: 650
  • คะแนน Like 8
  • จังหวัด: Ayutthaya
   

          สวัสดีครับเพื่อน สมช.ทริปแรกที่เขาค้อกับ Mu-x 3.0.4x2.ก็มาถึง หลังจากที่ได้ใช้มา 9 เดือน (จอดมากกว่า)  เลือกใช้เส้นทางเข้าทางพระตำหนัก กับเส้นทางโค้งสลับเนินตลอดเส้นทางประมาณ 30 กม.เลี้ยวจากแยกนางั่วเข้าไป ถึง อ.เขาค้อ ไม่เคยขับเกียร์ Auto ขึ้นเขาเลย ใช้แต่เกียร์แบบ Manaul และบนพื้นราบมาตลอดด้วยเหตุนี้จึงขอความอนุเคราะห์เพื่อน สมช.ช่วยชี้แนะด้วย จักขอบพระคุณอย่างสูง เพื่อประโยชน์กับผู้ด้อยประสพการณ์อย่างผมและเพื่อน สมช.ที่ใคร่ศึกษาต่อไป.
          จากสภาพเส้นทางโค้งและเนินขนาดนี้ ถ้าปรับโหมดเป็น D ตลอดเส้นทางก็เอาอยู่แล้วใช่ไหมครับ แต่ผมไม่กล้าใช้โหมด D  เลย. เพราะต้องการ Engine Brake และหลีกเลี่ยงการใช้เบรคเท้า ผมจึงปรับเป็นโหมด Tiptronic  +  -   เพื่อลดความเสี่ยงผมทำผิดไหมครับกับโค้งและเนินขนาดนี้ บางเนินที่ใช้ Engine Brake รอบเครื่องขึ้นไปเกือบ 3000 rpm.และเนินขนาดไหนโหมด D เอาอยู่หรือเนินขนาดไหนที่ต้องปรับโหมดเป็น Tiptronic.ขอคำแนะนำเพื่อความมั่นใจในทริปต่อๆไป ขอบคุณล่วงหน้าครับ.(ขากลับผมยอมอ้อมกลับทางแคมป์สนเพราะความไม่เข้าใจในการใช้งานเกียร์ )

ออฟไลน์ ninjazaa

  • MU-X Staff Team
  • พลัง X ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 1973
  • ลำดับสมาชิก: 157
  • คะแนน Like 51
  • ชื่อเล่น: BEN ( No.001 )
ต้องออกตัวก่อนนะครับ ว่าผมไม่เคยไปเขาค้อ
ว่ากันโดยทั่วไป เกียร์ D ก็สามารถขึ้นเขาขึ้นดอยได้ครับ
แต่เกียร์ออโต้เดี๋ยวนี้ มีฟังชั่นต่างๆ เพิ่มขึ้นมา ทำให้เราสามารถเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับเส้นทางได้ดีกว่าการใช้โหมด D
การขับขึ้นเขา ที่สามารถใช้ความเร็วสูงได้ หรือขึ้นดอยที่ต้องการกำลังฉุดลากมากๆ เส้นทางคดเคี้ยว การเลือกใช้โหมด +- เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ
" อย่าขอให้คนอื่นเสียสละ

 ถ้าตัวเรายังไม่รู้จักเสียสละ "


ออฟไลน์ chaba081

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 177
  • ลำดับสมาชิก: 650
  • คะแนน Like 8
  • จังหวัด: Ayutthaya
ต้องออกตัวก่อนนะครับ ว่าผมไม่เคยไปเขาค้อ
ว่ากันโดยทั่วไป เกียร์ D ก็สามารถขึ้นเขาขึ้นดอยได้ครับ
แต่เกียร์ออโต้เดี๋ยวนี้ มีฟังชั่นต่างๆ เพิ่มขึ้นมา ทำให้เราสามารถเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับเส้นทางได้ดีกว่าการใช้โหมด D
การขับขึ้นเขา ที่สามารถใช้ความเร็วสูงได้ หรือขึ้นดอยที่ต้องการกำลังฉุดลากมากๆ เส้นทางคดเคี้ยว การเลือกใช้โหมด +- เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ
ขอบคุณ คุณ ninjazaa มากเลยครับสำหรับคำแนะนำดีๆ

ออฟไลน์ chaba081

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 177
  • ลำดับสมาชิก: 650
  • คะแนน Like 8
  • จังหวัด: Ayutthaya
อยากฟังประสพการณ์มันๆ  จากเพื่อน สมช.ที่เข้ามา  ในการใช้เกียร์ Mu-x ขับขึ้น-ลงดอย  ให้ฟังบ้างสิครับ.    เพื่อเป็นแนวทางการใช้เกียร์  ให้กับคนที่ไม่มีประสพการขับขึ้นดอยด้วย  จักขอบคุณมากครับ.


ออฟไลน์ NU1285

  • MU-X Staff Team
  • พลัง X ระดับ 6
  • *
  • กระทู้: 945
  • ลำดับสมาชิก: 212
  • คะแนน Like 16
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: สุพรรณบุรี
  • ชื่อเล่น: NU
ตามที่ท่านหัวหน้าบอกเลยครับ ขับขึ้นเขา ทางลาดชัน ควรใช้+ -
มาด้วยกัน ไปด้วยกัน เลือดสุพรรณ Y N W A

ออฟไลน์ gunza

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • กระทู้: 162
  • ลำดับสมาชิก: 2628
  • คะแนน Like 4
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: BKK
  • ชื่อเล่น: กัลป์
ตามที่ป๋าๆตอบให้ครับ emo11
ถ้าเคยขับเกียร์ธรรมดามาการใช้+- ก็ใกล้เคียงกันครับ
จับจังหวะเบรคและเชนให้ดีครับออโต้ยังต้องรอบ้างนิดหน่อย
ส่วนรอบเครื่องการใช้เอนจิ้นช่วยรอบก็จะดึงตามกำลัง/ความเร็วก่อนที่จะใช้ครับครับ ไม่ต้องไปสนใจครับปกติ
ระวังว่าอย่าใช้ความเร็วเกินไปจนทำให้ล้อล๊อค
ก่อนเข้าจุดเอเป็กในโค้งก็พอครับ
" เข้าให้ช้าออกให้ไว" ดีกว่าครับ
NO.216


ออฟไลน์ pokey

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • กระทู้: 106
  • ลำดับสมาชิก: 692
  • คะแนน Like 3
  • จังหวัด: กทม.
 emo11 ผมเพิ่งกลับมาจากเขาค้อเมื่อ 28 ธค. 57 ผมชอบไปช่วงไม่หยุดยาวเพือเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น ขับขึ้นเขาผมว่าเล่นเกียร์ + , - จะทำให้ลงเขาใช้เบรคน้อยลง และออกจากโค้งหรือขาขึ้นจะทำได้ไวกว่าใช้ระบบออโต้ ผมเขาตามรถหลายคันเจอรถเก๋งที่ขับไปเรื่อยๆเข้าใจว่าเขาใช้เกียร์ออโตในโหมดออโต รถจึงไปเรื่อยๆไม่ว่องไว ผมใช้เกียร์+ หรือ - ขับแซงแบบสบายๆพอถึงทางเรียบๆก็ปรับเป็นเกียร์ D  สลับกับ +และ - เมื่อเจอทางขึ้นและลงหรือทางโค้งจะทำให้ออกจากโค้งได้เร็วกว่าตามความต้องการของผู้ขับขี่

ออฟไลน์ chaba081

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 177
  • ลำดับสมาชิก: 650
  • คะแนน Like 8
  • จังหวัด: Ayutthaya
ตามที่ท่านหัวหน้าบอกเลยครับ ขับขึ้นเขา ทางลาดชัน ควรใช้+ -
ตามที่ป๋าๆตอบให้ครับ emo11
ถ้าเคยขับเกียร์ธรรมดามาการใช้+- ก็ใกล้เคียงกันครับ
จับจังหวะเบรคและเชนให้ดีครับออโต้ยังต้องรอบ้างนิดหน่อย
ส่วนรอบเครื่องการใช้เอนจิ้นช่วยรอบก็จะดึงตามกำลัง/ความเร็วก่อนที่จะใช้ครับครับ ไม่ต้องไปสนใจครับปกติ
ระวังว่าอย่าใช้ความเร็วเกินไปจนทำให้ล้อล๊อค
ก่อนเข้าจุดเอเป็กในโค้งก็พอครับ
" เข้าให้ช้าออกให้ไว" ดีกว่าครับ

emo11 ผมเพิ่งกลับมาจากเขาค้อเมื่อ 28 ธค. 57 ผมชอบไปช่วงไม่หยุดยาวเพือเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น ขับขึ้นเขาผมว่าเล่นเกียร์ + , - จะทำให้ลงเขาใช้เบรคน้อยลง และออกจากโค้งหรือขาขึ้นจะทำได้ไวกว่าใช้ระบบออโต้ ผมเขาตามรถหลายคันเจอรถเก๋งที่ขับไปเรื่อยๆเข้าใจว่าเขาใช้เกียร์ออโตในโหมดออโต รถจึงไปเรื่อยๆไม่ว่องไว ผมใช้เกียร์+ หรือ - ขับแซงแบบสบายๆพอถึงทางเรียบๆก็ปรับเป็นเกียร์ D  สลับกับ +และ - เมื่อเจอทางขึ้นและลงหรือทางโค้งจะทำให้ออกจากโค้งได้เร็วกว่าตามความต้องการของผู้ขับขี่
บางครั้งผมเคยได้ยินมาว่า  การขับขึ้นเขาบางที่ ใช้โหมด  D  ธรรมดา ก็เอาอยู่แล้ว   แล้วเนินขนาดไหนรึครับ ที่ D เอาอยู่   หรือเนินชันขนาดไหนที่ต้องปรับใช้ Tiptronic +  -  ถ้าเราขับขึ้นเนินยาวๆ แล้วเสียงเครื่องหมดกำลังส่ง   เราต้องถอนคันเร่งเพื่อให้เกียร์ลดต่ำให้  เพื่อมีกำลังขึ้นต่อได้   การทำเช่นนี้ถูกไหมครับ   
          อีกในกรณีเมื่อขับลงเนินยาวๆ ต้องปรับเป็นโหมด Tiptronic  + -  เท่านั้น   เมื่อความเร็วรถเพิ่มขึ้นในทางลาดลง  และต้องการชลอความเร็วลง จึงดึงคันเกียร์ไปทาง  -  ลบ (ลดเกียร์) แต่เกียร์ไม่ยอมลดให้และส่งสัญญาณเตือน  ในกรณีนี้ เราต้องแตะเบรคช่วยชลอให้ความเร็วลดลงก่อน จึงค่อยปรัลคันเกียร์ไปทาง  - ลบอีกครั้ง เกียร์จึงลดลงต่ำให้   ขอถามผมทำเช่นนี้ถูต้องไหมครับ รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วนะครับ.


ออฟไลน์ chaba081

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 177
  • ลำดับสมาชิก: 650
  • คะแนน Like 8
  • จังหวัด: Ayutthaya
ต้องขอขอบคุณมาก สำหรับทุกคำแนะนำดีๆ มากครับ

ออฟไลน์ korn8rew

  • MU-X Staff Team
  • พลัง X ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 1499
  • ลำดับสมาชิก: 742
  • คะแนน Like 19
  • เพศ: ชาย
  • สมช No. 005
  • จังหวัด: แปดริ้ว
  • ชื่อเล่น: กร
ตามด้านบนอีกเสียง
ID LINE : korn8rew

ออฟไลน์ ninjazaa

  • MU-X Staff Team
  • พลัง X ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 1973
  • ลำดับสมาชิก: 157
  • คะแนน Like 51
  • ชื่อเล่น: BEN ( No.001 )
ตามที่ท่านหัวหน้าบอกเลยครับ ขับขึ้นเขา ทางลาดชัน ควรใช้+ -
ตามที่ป๋าๆตอบให้ครับ emo11
ถ้าเคยขับเกียร์ธรรมดามาการใช้+- ก็ใกล้เคียงกันครับ
จับจังหวะเบรคและเชนให้ดีครับออโต้ยังต้องรอบ้างนิดหน่อย
ส่วนรอบเครื่องการใช้เอนจิ้นช่วยรอบก็จะดึงตามกำลัง/ความเร็วก่อนที่จะใช้ครับครับ ไม่ต้องไปสนใจครับปกติ
ระวังว่าอย่าใช้ความเร็วเกินไปจนทำให้ล้อล๊อค
ก่อนเข้าจุดเอเป็กในโค้งก็พอครับ
" เข้าให้ช้าออกให้ไว" ดีกว่าครับ

emo11 ผมเพิ่งกลับมาจากเขาค้อเมื่อ 28 ธค. 57 ผมชอบไปช่วงไม่หยุดยาวเพือเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น ขับขึ้นเขาผมว่าเล่นเกียร์ + , - จะทำให้ลงเขาใช้เบรคน้อยลง และออกจากโค้งหรือขาขึ้นจะทำได้ไวกว่าใช้ระบบออโต้ ผมเขาตามรถหลายคันเจอรถเก๋งที่ขับไปเรื่อยๆเข้าใจว่าเขาใช้เกียร์ออโตในโหมดออโต รถจึงไปเรื่อยๆไม่ว่องไว ผมใช้เกียร์+ หรือ - ขับแซงแบบสบายๆพอถึงทางเรียบๆก็ปรับเป็นเกียร์ D  สลับกับ +และ - เมื่อเจอทางขึ้นและลงหรือทางโค้งจะทำให้ออกจากโค้งได้เร็วกว่าตามความต้องการของผู้ขับขี่
บางครั้งผมเคยได้ยินมาว่า  การขับขึ้นเขาบางที่ ใช้โหมด  D  ธรรมดา ก็เอาอยู่แล้ว   แล้วเนินขนาดไหนรึครับ ที่ D เอาอยู่   หรือเนินชันขนาดไหนที่ต้องปรับใช้ Tiptronic +  -  ถ้าเราขับขึ้นเนินยาวๆ แล้วเสียงเครื่องหมดกำลังส่ง   เราต้องถอนคันเร่งเพื่อให้เกียร์ลดต่ำให้  เพื่อมีกำลังขึ้นต่อได้   การทำเช่นนี้ถูกไหมครับ   
          อีกในกรณีเมื่อขับลงเนินยาวๆ ต้องปรับเป็นโหมด Tiptronic  + -  เท่านั้น   เมื่อความเร็วรถเพิ่มขึ้นในทางลาดลง  และต้องการชลอความเร็วลง จึงดึงคันเกียร์ไปทาง  -  ลบ (ลดเกียร์) แต่เกียร์ไม่ยอมลดให้และส่งสัญญาณเตือน  ในกรณีนี้ เราต้องแตะเบรคช่วยชลอให้ความเร็วลดลงก่อน จึงค่อยปรัลคันเกียร์ไปทาง  - ลบอีกครั้ง เกียร์จึงลดลงต่ำให้   ขอถามผมทำเช่นนี้ถูต้องไหมครับ รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วนะครับ.
- ขึ้นเขาขนาดไหน ที่เกียร์ D เอาอยู่
  ภูเรือ ขึ้นด้วยโหมด D ก็ขึ้นไหวครับ ผมลองมาแล้ว
  แต่ถึงจะขึ้นไหว ก็ทำให้เกียร์ทำงานหนักกว่า และไม่สมูท เพราะบางครั้งเกียร์มีการเปลี่ยนขึ้น-ลง  ในช่วงกลางโค้งทำให้การควบคุมรถไม่ราบรื่น
บางจังหวะเราขับอยู่ในเกียร์ต่ำ และต้องการลดความเร็ว เพื่อเตรียมจะเข้าโค้งที่แคบ แต่สูงชัน แต่สมองกลประมวลผลว่า เราไม่ต้องการกำลังเครื่อง(เพราะเราผ่อนคันเร่ง) ก็เลยเปลี่ยนเกียร์ให้สูงขึ้น เพื่อลดรอบเครื่องยนต์
เมื่อรอบต่ำ+เกียร์สูง ก็ไม่มีกำลัง เราก็ต้องกดคันเร่งลึก เกียร์ก็จะเปลี่ยนลงต่ำ(เป็นแบบนี้ในทุกโค้ง) การที่เกียร์เปลี่ยนขึ้น-ลง บ่อยๆ ทำให้สึกหรอ น้ำมันเกียร์ร้อน สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ควบคุมรถยาก ขับแล้วเหนื่อย ผู้โดยสารอาจจะเมารถได้
-ดึงคันเกียร์ ลดเกียร์ แต่เกียร์ไม่ยอมลด
  แปลว่า รอบเครื่อง/ความเร็วรถ สูงไป ไม่สัมพันธ์กับเกียร์ อาจจะทำให้เกียร์เสียหาย ระบบจึงป้องกันไว้ครับ
" อย่าขอให้คนอื่นเสียสละ

 ถ้าตัวเรายังไม่รู้จักเสียสละ "

ออฟไลน์ chaba081

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 177
  • ลำดับสมาชิก: 650
  • คะแนน Like 8
  • จังหวัด: Ayutthaya
ตามที่ท่านหัวหน้าบอกเลยครับ ขับขึ้นเขา ทางลาดชัน ควรใช้+ -
ตามที่ป๋าๆตอบให้ครับ emo11
ถ้าเคยขับเกียร์ธรรมดามาการใช้+- ก็ใกล้เคียงกันครับ
จับจังหวะเบรคและเชนให้ดีครับออโต้ยังต้องรอบ้างนิดหน่อย
ส่วนรอบเครื่องการใช้เอนจิ้นช่วยรอบก็จะดึงตามกำลัง/ความเร็วก่อนที่จะใช้ครับครับ ไม่ต้องไปสนใจครับปกติ
ระวังว่าอย่าใช้ความเร็วเกินไปจนทำให้ล้อล๊อค
ก่อนเข้าจุดเอเป็กในโค้งก็พอครับ
" เข้าให้ช้าออกให้ไว" ดีกว่าครับ

emo11 ผมเพิ่งกลับมาจากเขาค้อเมื่อ 28 ธค. 57 ผมชอบไปช่วงไม่หยุดยาวเพือเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น ขับขึ้นเขาผมว่าเล่นเกียร์ + , - จะทำให้ลงเขาใช้เบรคน้อยลง และออกจากโค้งหรือขาขึ้นจะทำได้ไวกว่าใช้ระบบออโต้ ผมเขาตามรถหลายคันเจอรถเก๋งที่ขับไปเรื่อยๆเข้าใจว่าเขาใช้เกียร์ออโตในโหมดออโต รถจึงไปเรื่อยๆไม่ว่องไว ผมใช้เกียร์+ หรือ - ขับแซงแบบสบายๆพอถึงทางเรียบๆก็ปรับเป็นเกียร์ D  สลับกับ +และ - เมื่อเจอทางขึ้นและลงหรือทางโค้งจะทำให้ออกจากโค้งได้เร็วกว่าตามความต้องการของผู้ขับขี่
บางครั้งผมเคยได้ยินมาว่า  การขับขึ้นเขาบางที่ ใช้โหมด  D  ธรรมดา ก็เอาอยู่แล้ว   แล้วเนินขนาดไหนรึครับ ที่ D เอาอยู่   หรือเนินชันขนาดไหนที่ต้องปรับใช้ Tiptronic +  -  ถ้าเราขับขึ้นเนินยาวๆ แล้วเสียงเครื่องหมดกำลังส่ง   เราต้องถอนคันเร่งเพื่อให้เกียร์ลดต่ำให้  เพื่อมีกำลังขึ้นต่อได้   การทำเช่นนี้ถูกไหมครับ   
          อีกในกรณีเมื่อขับลงเนินยาวๆ ต้องปรับเป็นโหมด Tiptronic  + -  เท่านั้น   เมื่อความเร็วรถเพิ่มขึ้นในทางลาดลง  และต้องการชลอความเร็วลง จึงดึงคันเกียร์ไปทาง  -  ลบ (ลดเกียร์) แต่เกียร์ไม่ยอมลดให้และส่งสัญญาณเตือน  ในกรณีนี้ เราต้องแตะเบรคช่วยชลอให้ความเร็วลดลงก่อน จึงค่อยปรัลคันเกียร์ไปทาง  - ลบอีกครั้ง เกียร์จึงลดลงต่ำให้   ขอถามผมทำเช่นนี้ถูต้องไหมครับ รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วนะครับ.
- ขึ้นเขาขนาดไหน ที่เกียร์ D เอาอยู่
  ภูเรือ ขึ้นด้วยโหมด D ก็ขึ้นไหวครับ ผมลองมาแล้ว
  แต่ถึงจะขึ้นไหว ก็ทำให้เกียร์ทำงานหนักกว่า และไม่สมูท เพราะบางครั้งเกียร์มีการเปลี่ยนขึ้น-ลง  ในช่วงกลางโค้งทำให้การควบคุมรถไม่ราบรื่น
บางจังหวะเราขับอยู่ในเกียร์ต่ำ และต้องการลดความเร็ว เพื่อเตรียมจะเข้าโค้งที่แคบ แต่สูงชัน แต่สมองกลประมวลผลว่า เราไม่ต้องการกำลังเครื่อง(เพราะเราผ่อนคันเร่ง) ก็เลยเปลี่ยนเกียร์ให้สูงขึ้น เพื่อลดรอบเครื่องยนต์
เมื่อรอบต่ำ+เกียร์สูง ก็ไม่มีกำลัง เราก็ต้องกดคันเร่งลึก เกียร์ก็จะเปลี่ยนลงต่ำ(เป็นแบบนี้ในทุกโค้ง) การที่เกียร์เปลี่ยนขึ้น-ลง บ่อยๆ ทำให้สึกหรอ น้ำมันเกียร์ร้อน สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ควบคุมรถยาก ขับแล้วเหนื่อย ผู้โดยสารอาจจะเมารถได้
-ดึงคันเกียร์ ลดเกียร์ แต่เกียร์ไม่ยอมลด
  แปลว่า รอบเครื่อง/ความเร็วรถ สูงไป ไม่สัมพันธ์กับเกียร์ อาจจะทำให้เกียร์เสียหาย ระบบจึงป้องกันไว้ครับ
ต้องขอขอบคุณ k.ninjazaa อีกครั้งที่เข้ามาชี้แนะการใช้งานเกียร์ของ Mu-x.สรุปเป็นว่าการขับขึ้น ลงเขาเราควรใช้โหมด Tiptronic เท่านั้นเพื่อลดภาระของเกียร์และเบรคเพิ่อการขับที่สมูทขี้น ผมเข้าใจถูกต้องนะครับ

ออฟไลน์ jiggo

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • กระทู้: 112
  • ลำดับสมาชิก: 927
  • คะแนน Like 5
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Top
รถที่เราใช้ๆ กัน ในปัจจุบันแรงมันเหลือเฟือครับ คำว่าเกียร์โหมด D ธรรมดาเอาอยู่ก็ไม่ผิด เพราะแรงมันเหลือๆ แต่ถ้าเราเลือกใช้แบบไหน แล้วรถสึกหรอน้อยกว่า ช้ำน้อยกว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

จากที่เอา Mu ไปปีนเขามาหลังสุดที่ ดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม - แม่สะเรียง - แม่ลาน้อย ผมใช้โหมด +/- ทั้งขึ้นและลงเขา โหมดนี้ช่วยได้มาก ทำให้ขับง่ายขึ้น
- เวลาขึ้นเขา .... จาก Spec รถบอกว่าเครื่องยนต์จะให้แรงบิดสูงสุดที่รอบ 1800-2800 ผมตีความเองว่า ถ้าเครื่องทำงานที่ 1800 รอบ หรือ 2800 รอบจะได้แรงบิดเท่ากัน และถ้าวิ่งที่เกียร์เดียวกัน จะต่างกันที่ความเร็ว ดังนั้น เวลาขึ้นเขา ผมก็จะพยายามเลี้ยงรอบเครื่องยนต์อยู่ในช่วง 1500-2000 รอบต่อนาที และใช้เกียร์ช่วยรักษารอบเครื่อง รถก็จะมีแรง เกียร์ 3-4 ก็ขึ้นดอยอินทนนท์ได้สบายๆ และไม่มีกลิ่นไหม้
- เวลาลงเขา .... โหมด +/- ก็จะมี Engine Break ให้มากหรือน้อยตามเกียร์ที่เราเลือกใช้ จะช่วยลดการเหยียบเบรคได้มาก แต่ต้องคอยระวังไม่ให้รอบเครื่องยนต์สูงเกินไป จากที่ผ่านมาผมปล่อยคันเร่งเลย พยายามใช้เกียร์เลี้ยงความเร็วและรอบเครื่องยนต์ปกติไม่เกิน 2500 รอบต่อนาทีและจะไม่ให้เกิน 3000 รอบต่อนาที ถ้ารอบจะวิ่งขึ้นเกิน 3000 รอบต่อนาที ก็จะเหยียบเบรคช่วยครับ แต่ก็เหยียบเบรคจะเป็นลักษณะกดปล่อย กดปล่อย ไม่ลากเบรคแช่ยาวๆ ครับ จากทริปนี้เกียร์ 3-4 ก็จะรักษารอบเครื่องยนต์ได้ตามต้องการ ยกเว้นช่วง ดอยอินทนนท์ (ด่าน 2) ลงแม่แจ่ม มีหลายๆ ช่วงต้องลงถึงเกียร์ 2 ครับ

ส่วนการใช้ โหมด D ลงเขา ไม่แนะนำครับ เพราะจะมี Engine ฺBreak น้อย แต่เจ้า Mu ของเรามีน้ำหนักตัวมาก ถ้าทางชันๆ จะเอาไม่ค่อยอยู่ ระวังหลุดโค้งง่ายๆ เลย

เราซื้อเทคโนโลยีมาแล้วก็ใช้ให้คุ้มค่าครับ และขอให้สนุกกับการเดินทาง และเดินทางด้วยความปลอดภัยครับ

ออฟไลน์ chaba081

  • พลัง X ระดับ 4
  • ****
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 177
  • ลำดับสมาชิก: 650
  • คะแนน Like 8
  • จังหวัด: Ayutthaya
รถที่เราใช้ๆ กัน ในปัจจุบันแรงมันเหลือเฟือครับ คำว่าเกียร์โหมด D ธรรมดาเอาอยู่ก็ไม่ผิด เพราะแรงมันเหลือๆ แต่ถ้าเราเลือกใช้แบบไหน แล้วรถสึกหรอน้อยกว่า ช้ำน้อยกว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

จากที่เอา Mu ไปปีนเขามาหลังสุดที่ ดอยอินทนนท์ - แม่แจ่ม - แม่สะเรียง - แม่ลาน้อย ผมใช้โหมด +/- ทั้งขึ้นและลงเขา โหมดนี้ช่วยได้มาก ทำให้ขับง่ายขึ้น
- เวลาขึ้นเขา .... จาก Spec รถบอกว่าเครื่องยนต์จะให้แรงบิดสูงสุดที่รอบ 1800-2800 ผมตีความเองว่า ถ้าเครื่องทำงานที่ 1800 รอบ หรือ 2800 รอบจะได้แรงบิดเท่ากัน และถ้าวิ่งที่เกียร์เดียวกัน จะต่างกันที่ความเร็ว ดังนั้น เวลาขึ้นเขา ผมก็จะพยายามเลี้ยงรอบเครื่องยนต์อยู่ในช่วง 1500-2000 รอบต่อนาที และใช้เกียร์ช่วยรักษารอบเครื่อง รถก็จะมีแรง เกียร์ 3-4 ก็ขึ้นดอยอินทนนท์ได้สบายๆ และไม่มีกลิ่นไหม้
- เวลาลงเขา .... โหมด +/- ก็จะมี Engine Break ให้มากหรือน้อยตามเกียร์ที่เราเลือกใช้ จะช่วยลดการเหยียบเบรคได้มาก แต่ต้องคอยระวังไม่ให้รอบเครื่องยนต์สูงเกินไป จากที่ผ่านมาผมปล่อยคันเร่งเลย พยายามใช้เกียร์เลี้ยงความเร็วและรอบเครื่องยนต์ปกติไม่เกิน 2500 รอบต่อนาทีและจะไม่ให้เกิน 3000 รอบต่อนาที ถ้ารอบจะวิ่งขึ้นเกิน 3000 รอบต่อนาที ก็จะเหยียบเบรคช่วยครับ แต่ก็เหยียบเบรคจะเป็นลักษณะกดปล่อย กดปล่อย ไม่ลากเบรคแช่ยาวๆ ครับ จากทริปนี้เกียร์ 3-4 ก็จะรักษารอบเครื่องยนต์ได้ตามต้องการ ยกเว้นช่วง ดอยอินทนนท์ (ด่าน 2) ลงแม่แจ่ม มีหลายๆ ช่วงต้องลงถึงเกียร์ 2 ครับ

ส่วนการใช้ โหมด D ลงเขา ไม่แนะนำครับ เพราะจะมี Engine ฺBreak น้อย แต่เจ้า Mu ของเรามีน้ำหนักตัวมาก ถ้าทางชันๆ จะเอาไม่ค่อยอยู่ ระวังหลุดโค้งง่ายๆ เลย

เราซื้อเทคโนโลยีมาแล้วก็ใช้ให้คุ้มค่าครับ และขอให้สนุกกับการเดินทาง และเดินทางด้วยความปลอดภัยครับ

ต้องขอขอบคุณคุณ  jiggo  อย่างมากที่เข้ามาตอบข้อข้องใจ  ให้ความกระจ่างกับคนอ่อนหัดเช่นผมได้ดีมาก สำหรับทริปต่อไปคงจะใช้เกียร์  Mu-x ได้ดีกว่าทริปก่อนเป็นแน่ "ขอบคุณครับ"

ออฟไลน์ ninjazaa

  • MU-X Staff Team
  • พลัง X ระดับ 7
  • *
  • กระทู้: 1973
  • ลำดับสมาชิก: 157
  • คะแนน Like 51
  • ชื่อเล่น: BEN ( No.001 )
หลังจากตอบกระทู้นี้ ผมก็ได้มีโอกาสไปเขาค้อมาครับ
ทางขึ้นเขาค้อ ขับง่าย โค้งไม่คดเคี้ยวมากและไม่ชันเท่นไร
ผมไปวันที่ 1 รถค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่จะใช้เกียร์ 2-3 รอบเครื่องประมาณ 2,000+-
การเดินทางในทางราบ ถนนบางเส้นทางก็เป็นแบบเลนเดียว ต้องแซงในเลนรถสวน ก็ใช้เกียร์โหมด +- บ่อยๆ เพราะต้องการกำลังเครื่องสูงๆ ในการเร่งแซงให้ฉับไวครับ
" อย่าขอให้คนอื่นเสียสละ

 ถ้าตัวเรายังไม่รู้จักเสียสละ "